บทบาทของ CFO ยุคใหม่ โดย คุณวัฒนา จันทร์นาคิน (Chief Financial Officer)
บทบาทของ CFO ยุคใหม่ (Chief Financial Officer) ตามที่ระบุในแหล่งข้อมูล ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การทำบัญชีเพื่อเสียภาษีหรือการรายงานกำไรขาดทุนเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนบทบาทสู่การเป็นผู้วางแผนกลยุทธ์เพื่อสร้างมูลค่า (Value) ให้กับธุรกิจ โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้ครับ:
1. การเปลี่ยนจาก "บัญชีภาษี" เป็น "บัญชีบริหารเพื่อกลยุทธ์"
โดยปกติเจ้าของกิจการมักมองว่าบัญชีมีไว้เพื่อส่งสรรพากร ซึ่งเปรียบเสมือน "ผู้ถือหุ้นรายใหญ่" ที่มาแบ่งปันผลกำไรไป 20% แต่ CFO ยุคใหม่จะเปลี่ยนมาใช้ข้อมูลทางการเงินเพื่อวางแผนกลยุทธ์ (Strategy) โดยการนำวิสัยทัศน์ของธุรกิจมาแปลงเป็นตัวเลขที่ชัดเจน เพื่อให้เห็นภาพว่ารายได้จะมาจากไหน ต้นทุนเป็นอย่างไร และจะควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อเพิ่มมูลค่าได้อย่างไร
2. การสร้าง "Equity Product" หรือมูลค่าของกิจการ
หน้าที่สำคัญของ CFO ยุคใหม่คือการไม่ได้สร้างแค่กำไร (Performance) หรือดูแลสภาพคล่อง (Liquidity) เท่านั้น แต่ต้องสร้าง Value (มูลค่า) ให้กับธุรกิจ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตหรือการ Exit เช่น การนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) หรือการระดมทุน มูลค่าธุรกิจ (Value) อาจสูงกว่ากำไรหลายเท่า เช่น บริษัทที่มีกำไรเพียง 3 ล้านบาท แต่อาจมีมูลค่าธุรกิจถึง 600 ล้านบาทได้หากมีระบบการบริหารจัดการที่ดีหากไม่มีการเตรียมตัวเรื่องนี้ เมื่อถึงเวลาส่งต่อกิจการ เจ้าของอาจเหลือเพียงการขายซากทรัพย์สิน (ที่ดิน, โรงงาน) แทนที่จะขาย "Equity Product" หรือตัวกิจการที่มีระบบรองรับ
3. การบริหารจัดการข้อมูล (Information Management)
CFO ยุคใหม่ต้องเท่าทันการเปลี่ยนแปลงและใช้ข้อมูล 2 ส่วนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ
Financial Information: ใช้ระบบที่ทันสมัย เช่น ERP, Dashboard หรือ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลให้ถูกต้อง แม่นยำ และทันเวลา เพื่อประกอบการตัดสินใจ
Non-Financial Information: ให้ความสำคัญกับเรื่องระบบบริหารจัดการ, วิสัยทัศน์, การเติบโตที่ยั่งยืน, และความรับผิดชอบต่อสังคม (ESG) ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนยุคใหม่ใช้ประกอบการตัดสินใจ
4. การวางโครงสร้างการกำกับดูแลและความเสี่ยง
บทบาทของ CFO ยังครอบคลุมถึงการออกแบบ Business Value Architecture Framework ซึ่งประกอบด้วย: การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance): การมีคณะกรรมการหรือที่ปรึกษาเพื่อช่วยกำกับทิศทางธุรกิจ
การควบคุมภายใน (Internal Control): ออกแบบกระบวนการทำงานให้เป็นระบบเพื่อรองรับการขยายตัว (Scale)
การบริหารความเสี่ยง (Risk Management): วิเคราะห์ปัจจัยภายนอก เช่น สงคราม หรือการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่จะกระทบต่อธุรกิจ
5. การเป็นพาร์ทเนอร์หลังบ้าน (Back Office Support)
ในยุคปัจจุบันที่ธุรกิจต้องการความรวดเร็ว CFO ยุคใหม่จะทำหน้าที่เป็นทีมสนับสนุนหลังบ้านที่แข็งแกร่ง เพื่อให้ผู้ประกอบการหรือผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค (เช่น สตาร์ทอัพ) สามารถโฟกัสกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องระบบการเงินและบัญชี โดยสรุป CFO ยุคใหม่คือ "Future Financial Officer" ที่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการเป็นคนคุมตัวเลขในอดีต มาเป็นผู้มองไปข้างหน้า เพื่อสร้างระบบที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนและมีมูลค่าสูงขึ้นในสายตานักลงทุนครับ

