โครงการ NEP 50 ช่วยพัฒนาธุรกิจ SME ผู้ท้าชิง ตลาดเครื่องมือแพทย์ โดยคุณเล็ก สุรพล ฤกษ์ดี

โครงการ NEP 50 ช่วยพัฒนาธุรกิจ SME ผู้ท้าชิง ตลาดเครื่องมือแพทย์ โดยคุณเล็ก สุรพล ฤกษ์ดี

เนื้อหาชุดนี้เป็นการสรุปการสนทนาทางธุรกิจของ คุณเล็ก สุรพล ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีความหลากหลาย โดยเน้นไปที่ความต้องการปั้นธุรกิจ เทรดดิ้งเครื่องมือแพทย์ ให้เป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่มีการเติบโตสูง กลยุทธ์หลัก

 

 

เนื้อหาชุดนี้เป็นการสรุปการสนทนาทางธุรกิจของ คุณเล็ก สุรพล ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีความหลากหลาย โดยเน้นไปที่ความต้องการปั้นธุรกิจ เทรดดิ้งเครื่องมือแพทย์ ให้เป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่มีการเติบโตสูง กลยุทธ์หลัก ที่ใช้คือการสร้างความสัมพันธ์โดยตรงกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลและทีมเทคนิค ควบคู่ไปกับการนำเข้าอุปกรณ์คุณภาพดีราคาประหยัดจาก ประเทศจีน เพื่อสู้กับแบรนด์ใหญ่ในตลาด นอกจากการขายขาดแล้ว คุณเล็กยังใช้โมเดล การให้เช่าเครื่องมือแพทย์ เช่น เครื่อง CT Scan เพื่อช่วยให้โรงพยาบาลประหยัดงบประมาณและได้รับบริการดูแลรักษาเครื่องอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างองค์กร เน้นความกะทัดรัดเพื่อควบคุมต้นทุนคงที่และใช้ระบบแบ่งปันผลกำไรกับพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านแทนการจ้างพนักงานจำนวนมาก ท้ายที่สุดกลุ่ม BMS เตรียมจะเข้ามาช่วยสนับสนุนในด้านการวิเคราะห์แผนธุรกิจและการหาที่ปรึกษาเพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายตัวได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

กลยุทธ์การเติบโตสู่เป้าหมาย 100 ล้านบาทในธุรกิจเครื่องมือแพทย์

กลยุทธ์การเติบโตสู่เป้าหมาย 100 ล้านบาทภายใน 5 ปี ของธุรกิจเครื่องมือแพทย์ (ภายใต้ชื่อบริษัท J KW Interly) ของคุณเล็ก สุรพล มีรายละเอียดและแนวทางที่น่าสนใจดังนี้ครับ

1. การกำหนดเป้าหมายและระยะเวลาการเติบโต
คุณเล็กวางแผนการเติบโตแบบก้าวกระโดด (S-Curve) โดยมีลำดับขั้นดังนี้:
ปีที่ 1 (2026): ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ไม่เกิน 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นสร้างฐาน
ภายใน 3 ปี: คาดหวังยอดขายแตะระดับ 50 ล้านบาท
ภายใน 5 ปี: ตั้งเป้าหมายสูงสุดที่ 100 ล้านบาท

2. โมเดลธุรกิจและการสร้างรายได้ (Revenue Model)
ธุรกิจจะไม่ได้เน้นแค่การขายขาดเพียงอย่างเดียว แต่ใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์งบประมาณของโรงพยาบาล:
การขายขาด (Outright Sale): สำหรับอุปกรณ์ทั่วไปและเครื่องมือแพทย์
การให้เช่า (Leasing): เน้นเครื่องมือราคาสูง เช่น เครื่อง CT Scan ซึ่งช่วยให้โรงพยาบาลบริหารจัดการงบประมาณได้ง่ายขึ้น เพราะรวมค่าบริการซ่อมบำรุง (Maintenance) ไว้ด้วย

ตลาดเครื่องมือแพทย์มือสอง: วางแผนนำเครื่องที่ตกรุ่นจากโรงพยาบาลหลักไปทำตลาดต่อในกลุ่มโรงพยาบาลสัตว์
กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย: ครอบคลุมทั้งเครื่องมือชิ้นใหญ่ (Capital Equipment) และวัสดุสิ้นเปลือง (Medical Supplies) เช่น ชุดเครื่องมือผ่าตัด และเครื่องวัดความดัน

3. กลยุทธ์การแข่งขันและจุดแข็ง (Competitive Strategy)
การใช้ความสัมพันธ์เชิงลึก (Relationship Marketing): แทนที่จะเริ่มจากฝ่ายจัดซื้อ คุณเล็กเน้นการสร้างความสัมพันธ์กับ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (ผอ.) เพื่อเปิดทางก่อน แล้วจึงให้ทีมเทคนิคเข้าไปคุยรายละเอียดกับคุณหมอเจ้าของไข้

การจัดหาแหล่งสินค้าคุณภาพราคาถูก (Sourcing): ใช้ความได้เปรียบจากการเป็นเลขาสมาคมไทย-จีน เพื่อนำเข้าเครื่องมือแพทย์จากจีนที่มีคุณภาพดีแต่ราคาต่ำกว่าแบรนด์ยุโรปหรือญี่ปุ่นประมาณ 30-40% เพื่อให้แข่งขันด้านราคาได้

การเป็นบริษัท "Smart & Lean": เน้นการบริหารจัดการที่ไม่มี Fixed Cost สูง โดยไม่มีทีมเซลล์ขนาดใหญ่ แต่ใช้ระบบ Profit Sharing กับพาร์ทเนอร์หรือผู้เชี่ยวชาญแทน ทำให้ต้นทุนรวมต่ำและสู้ราคาในตลาดได้

4. การขยายฐานลูกค้าและเครือข่าย (Market Expansion)
เน้นตลาดภาครัฐเป็นหลัก: ปัจจุบันมุ่งเน้นโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และ กทม. ซึ่งคุณเล็กมีเครือข่ายความสัมพันธ์อยู่

ขยายสู่ภาคเอกชน: วางแผนจะกระจายสินค้าเข้าสู่โรงพยาบาลเอกชนมากขึ้นในอนาคต

การใช้ตัวแทนขายอิสระ (Mercenary Sales): มองหาการร่วมงานกับเซลล์ที่มี Connection กับโรงพยาบาลอยู่แล้ว แต่ต้องการนำสินค้าตัวอื่น (ที่บริษัทเดิมไม่มี) ไปนำเสนอเพิ่ม

5. การใช้ Ecosystem ของ BMS (Business Connection)
คุณเล็กมีความต้องการให้ทีมที่ปรึกษาจากกลุ่ม BMS เข้ามาช่วยสนับสนุนในด้านต่างๆ ดังนี้:
ทีมที่ปรึกษาด้านการเงิน (CFO): เพื่อช่วยดูเรื่องกระแสเงินสด (Cash Flow) และโมเดลธุรกิจให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

การหา Connector และ Project Manager: เพื่อช่วยประสานงานกับคุณหมอเฉพาะทางในระดับลึก ซึ่งต้องอาศัยความใส่ใจและการติดตามงานอย่างใกล้ชิด

โดยสรุป กลยุทธ์ของคุณเล็กคือการเป็น "มดงาน" ในสนามที่ตัวเองชำนาญ เน้นความสัมพันธ์และคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า โดยบริหารจัดการองค์กรให้เล็กและคล่องตัว เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมาย 100 ล้านบาทอย่างมั่นคงครับ

Information Partner